China, What's Next?

ดู หวย วัน ที่ 17 มกราคม 2563: China’s Challenges: Environment

แทง บอล สูง ต่ํา pantip,ขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 333.17 ล้านบาท หรือ 0.20 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 237.78 ล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ GPSC กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 27 สิงหาคม 2558 และรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นโดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2558 โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 สิงหาคม 2558 และจะกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 กันยายน 2558 นี้ โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์จะนำเงินจากการขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานและรองรับการขยายธุรกิจของบริษัท และ/หรือ เพื่อซื้อที่ดินในการพัฒนาโครงการของบริษัท และ/หรือ ชำระคืนหนี้เดิมของบริษัทสำหรับภายหลังการระดมทุนบริษัทได้ทำการติดตั้งเตาเผาและเครื่องจักรใหม่ เพื่อขยายคอขวดในกระบวนการผลิต ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการทดสอบเครื่องจักร (Test Run) และคาดว่าในช่วงไตรมาส 4/2558 จะสามารถเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่กำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีต้นทุนขายและบริการลดลงด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ เปิดเผยว่า ผลประกอบการในครึ่งปีแรกมียอดขาย 23,939 ล้านบาท คิดเป็น 51% เทียบกับเป้าหมายทั้งปี 47,000 ล้านบาท และมีรายได้ 21,766 ล้านบาท คิดเป็น 46% เทียบกับเป้ารายได้ทั้งปี 47,000 ล้านบาทขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกขาดทุนสุทธิ 91.10 ล้านบาท หรือ 0.30 บาทต่อหุ้น ขาดทุนเพิ่มขึ้น 448% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 16.61 ล้านบาท หรือ 0.05 บาทต่อหุ้น ABICO เซ็ง! กำไร Q2 ลดลง 32% หลังธุรกิจรับจ้างผลิตนม-เครื่องดื่มมีรายได้ลดลงทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย 604.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2557 ซึ่งมีรายได้จากการขาย 480.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25.78% เนื่องจากความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 28.79 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.005 บาทต่อหุ้น ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32.09 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.013 บาทต่อหุ้น โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากมีรายได้จากการขายและบริการลดลงกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 1410-1415 จุด ยังผ่านยาก ซึ่งพอดีกับแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งทำหน้าที่กดดันการฟื้นตัวของ SET มาโดยตลอด รวมถึงจะเท่ากับ SET ขึ้นมาปิด Gap แล้วบริเวณ 1408 จุดเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญจันทร์หน้า สำหรับ GDP ไทย ใน Q2/58 ซึ่งยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นหากยิ่งออกมาต่ำกว่าคาด จะเป็นปัจจัยกดดัน SET ได้ต่อ กลยุทธ์ การเก็งกำไร เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง ส่วนนักลงทุน รอก่อน ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ AQ (รับ 0.45 ต้าน 0.50 Cut 0.43) และ SVOA (รับ 1.74 ต้าน 1.88 Cut 1.68)สัญญาทองคำปิดร่วงลงหลังจาก WGC เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ลดลง 12% สู่ระดับ 914.9 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี เทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่ 1,038 ตัน เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อในภูมิภาคเอเชียลดการถือครองทองคำ SAMTEL รายงานงบฯ Q2 กำไรลดลงอยู่ที่ 131.07 ลบ.MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ แต่เริ่มให้สัญญาณขัดแย้งในเชิงบวก RSI ปรับตัวลดลงไปทดสอบระดับ 25.00 ดัชนี 1,388.77 เปลี่ยนแปลง -19.55 จุด มูลค่าการซื้อขาย 26,416 ลบ.,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 657.94 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.1574 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 415.36 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.0994 บาทต่อหุ้น โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งโครงการแนวราบ และโครงการแนวสูงตามลำดับ ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 122.05 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.33 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 97.71 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.35 บาทต่อหุ้น BEAUTY กำไร Q2 เริ่ดสมชื่อ โตเกิน 50% รับเต็มขยายสาขาค้าปลีก。

GL Trading แนวรับ 13.20 แนวต้าน 13.70, 14.00 ตัดขาดทุน 13.00ปัจจุบัน ธนาคารจีนอนุญาตให้นักลงทุนชาวจีนที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านหยวน สามารถนำครึ่งหนึ่งของสินทรัพย์ให้ลงทุนต่างประเทศ ขณะนี้เงินทุนไหลออกจากจีนจำนวนเกือบ 6 แสนล้านเหรียญฯ ใน 4 ไตรมาสที่ผ่านมา แต่อีกสัก 1 ปีข้างหน้าค่าเงินหยวนคงแข็งค่าขึ้นมาใหม่จากการที่ประเทศต่างๆ มีเงินหยวน เป็นทุนสำรองของแต่ละประเทศด้านสัญญาณกราฟจะเห็นการดีดตัวขึ้นผ่านเส้นแนวต้านสำคัญที่ 4 บาท ขึ้นไปแล้ว หมายถึงการย้ายฐานของราคาไปยังกรอบที่สูงขึ้นระหว่าง 4.0-4.50 บาท สอดคล้องกับ EPS ในปีนี้ที่คาดว่า 0.45 บาท และถ้าให้ PE 12 เท่าจะได้เป้า 5.50 บาท กราฟดูดีและเป้าพื้นฐานไกล เทคนิคเป็นใจ แนะเก็งกำไรมีวินัยก็แล้วกัน ทิศทางการกลับเข้ามาซื้อของต่างชาติคงยังเป็นไปได้ยาก หลังการอ่อนค่าของบาทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจยังไม่น่าดึงดูดมากพอ ทำให้ต้องหวังพึ่งแรงซื้อของสถาบันที่เริ่มเห็นการออกกองทุน Trigger Fund ในประเทศบ้างทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่พลิกกำไร เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายบ้านจัดสรรโครงการปรีชาราม 3Technical SET range: 1,390-1,417,ส่วนกรณีที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องหลังธนาคารกลางจีนปรับลดค่าเงินเงินหยวนนั้นคงไม่ใช่ตลาดหุ้นไทยเพียงประเทศเดียวที่ปรับตัวลดลง แต่ในหลายๆ ประเทศก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับที่มากกว่าไทยด้วยสรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET หลุด 1400 จุด SET ลงชดเชยตามตลาดภูมิภาคซึ่งปรับตัวลงเมื่อวาน ขณะที่เราปิดทำการ ด้วยผลกระทบยักษ์ใหญ่จีนตัดสินใจลดค่าเงินหยวน สั่นสะเทือนไปทั้งวงการตลาดการเงินทั่วโลก นอกนั้นประเด็นอื่นๆ มาจากฤดูรายงานผลประกอบการ ซึ่งจะเห็นว่าหุ้นบางตัว บวกสวนภาพรวมตลาดได้ เนื่องด้วยปัจจัยเฉพาะตัวจากงบฯเด่น ทั้งนี้ SET ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1388.77 จุด -19.55 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.6 หมื่นลบ. กลุ่มหลักกดดันตลาด โดยพลังงาน แบงก์ และ ICT ปิดลบ -1.9%, -1.8% และ -1.3% ตามลำดับ ด้านตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่ฟื้นตัว หลังปรับตัวลงเมื่อวาน,ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่มีกำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น、ตรวจ ผล ลอตเตอรี่ 1 ก พ 63、บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือMODERN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 80.70 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.11 บาทต่อหุ้น ลดลง 83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 473.98 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.63 บาทต่อหุ้น ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 750.76 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.115 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 571.21 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.088 บาทต่อหุ้นด้านสัญญาณกราฟจะเห็นการดีดตัวขึ้นผ่านเส้นแนวต้านสำคัญที่ 4 บาท ขึ้นไปแล้ว หมายถึงการย้ายฐานของราคาไปยังกรอบที่สูงขึ้นระหว่าง 4.0-4.50 บาท สอดคล้องกับ EPS ในปีนี้ที่คาดว่า 0.45 บาท และถ้าให้ PE 12 เท่าจะได้เป้า 5.50 บาท กราฟดูดีและเป้าพื้นฐานไกล เทคนิคเป็นใจ แนะเก็งกำไรมีวินัยก็แล้วกันบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 มีกำไรสุทธิ 28.36 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28.01 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.10 บาทต่อหุ้นขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 187.05 ล้านบาท หรือ 0.33 บาทต่อหุ้น ลดลง 37.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 299.81ล้านบาท หรือ 0.54บาทต่อหุ้นนอกจากนี้ สัดส่วนของต้นทุนในการขายยังปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดิม 75.99% เป็น 80.82% สำหรับไตรมาส 2 ปีนี้ อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่เพิ่มขึ้นจาก 38.20 ล้านบาท เป็น 42.14 ล้านบาท อีกด้วย รวมถึงการเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศแห่งใหม่ จากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่บังกาลอร์ ซึ่งเป็นการบุกตลาดอินเดีย โดยเส้นทางดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการบินในวันที่ 1 กันยายน 2558 นี้ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 161.76 ล้านบาท หรือ 0.22 บาทต่อหุ้น ลดลง 72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 576.14 ล้านบาท หรือ 0.77 บาทต่อหุ้นขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 21.93 ล้านบาท หรือมีกำไร 0.08 บาทต่อหุ้น ลดลงราว 43.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 38.71 ล้านบาท หรือ 0.15 บาทต่อหุ้น。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’