China, What's Next?

ดู บอล ออนไลน์ cth: China’s Challenges: Environment

xo slot 12355slot joker 1️⃣2021,5.70 บาทเป็นแนวต้านสำคัญ1. บริษัท ซุปเปอร์ เอิรธ์ เอนเนอร์ยี 1 จำกัด ทุนจดทะเบียน 100,000 บาท ลักษณะการประกอบธุรกิจ ดำเนินการและหรือลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานขยะ โดยบริษัท ซุปเปอร์เอิรธ์ เอนเนอร์ยี จำกัด ถือหุ้น 99.98% ,ธปท.ปรับลดประมาณการณ์ GDP ปีนี้ลงเหลือ 3% จากเดิมที่ 3.8% เพราะคาดว่าการส่งออกจะติดลบ 1.5% แทนที่จะขยายตัว 0.8% ส่วนการใช้จ่ายภาคเอกชนฟื้นตัวช้ากว่าคาด ขยายตัวเพียง 2% ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดติดลบ 0.5% จากผลของราคาน้ำมันเป็นสำคัญ ทั้งนี้อิหร่านกำลังอยู่ในช่วงเจรจาเพื่อยุติการคว่ำบาตรส่งออกน้ำมันกับนานาประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดการส่งออกน้ำมันได้เป็นเท่าตัวภายใน 6 เดือนหลังการยกเลิกการคว่ำบาตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันส่งมอบล่วงหน้าลดลง และจับตา EU จัดประชุมฉุกเฉินวิกฤตหนี้กรีซวันนี้ เมื่อกรีซใกล้ถึงกำหนดจ่ายหนี้ 1.6 พันล้านยูโรแก่ IMF สิ้นเดือนราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากเคลื่อนไหวออกด้านข้างจากแรงขายทำกำไร ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แนวรับ 20.80-21.00 บาททั้งนี้ ภายใต้สัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าว กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการจราจรและขนส่ง ได้ทำสัญญากับบริษัท เพื่อให้สิทธิบริษัทในการดูแลบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร ณ สถานที่ที่กำหนด และให้บริษัทจัดเก็บผลประโยชน์ทางการค้าในด้านการโฆษณา ข้อความ และรูปภาพ ตลอดอายุสัญญา ณ จุดที่กรุงเทพมหานคร กำหนดเป็นจุดติดตั้งป้ายโฆษณาตามศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางดังกล่าวส่วนการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน หรือยูโรกรุ๊ป เกี่ยวกับหนี้กรีซได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมให้การขานรับต่อข้อเสนอของกรีซ แต่ก็ขอเวลาอีกหลายวันเพื่อศึกษารายละเอียดในข้อเสนอดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ โดยรัฐมนตรีคลังยูโรโซนจะประชุมกันอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้แนะนำซื้อ UMI โดยมีแนวรับที่ 5.60 และ 5.50 และมีแนวต้านที่ 5.80 และ 6.00 เป็นจุดขายทำกำไร แนวต้านสำคัญ 6.10,ระดับราคาได้มีสัญญาณซื้อเกิดขึ้นเมื่อสามารถ Break แนวต้านที่ 28.00 บาทขึ้นมาและหากยืนได้จะเป็นการยืนยันสัญญาณซื้อและจะมีแนวต้านเป้าหมายแรกที่บริเวณ 32.00 บาทเป็นอย่างน้อยขณะที่ส่งออกมีแนวโน้มติดลบ ต้องจับตาผลกระทบฟองสบู่ธุรกิจทีวีดิจิตอลต่อปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคาร รายได้ภาคเกษตรกรรมยังคงไม่ฟื้นตัว ราคาสินค้าเกษตรบางประเภทกระเตื้องขึ้นบ้าง แต่ภาคเกษตรกรรมยังคงเจอภัยแล้งและขาดแคลนน้ำชลประทานในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้เกิด Supply shock ผลผลิตทางด้านเกษตร แม้มีความหวังเรื่องการทำราคาปิดบัญชีอยู่บ้าง แต่คาดบ่ายนี้ SET จะแกว่งตัวในกรอบแคบ ใกล้ 1500 จุด แบบมี Upside จำกัด ขณะที่วอลุ่มการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ยังไม่สะท้อนการดีดตัวที่แข็งแกร่ง อีกทั้งนักลงทุนสถาบันกลับมาอยู่ข้างขายหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จึงต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวในช่วงโค้งสุดท้ายปลายไตรมาสต่อไปประเด็นข่าว : BKD จ่อประมูลงานใหม่ 3 พันล้านบาท มั่นใจคว้างานเข้าพอร์ตได้ 50% พร้อมปรับเป้ารายได้ทะยาน 45% (ที่มา ทันหุ้น)บริษัทและ กทพ. มีการแบ่งรายได้ค่าผ่านทางระหว่างกันในส่วนของทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ในเขตเมือง (ส่วน A และ B) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 เป็นต้นไปจนหมดอายุสัมปทาน สัดส่วนการแบ่งรายได้ระหว่างบริษัทกับ กทพ. คือ 40% ให้แก่บริษัท และ 60% ให้แก่ กทพ. สำหรับในเขตนอกเมือง ในขณะที่ส่วน C ส่วน D และ ส่วน C+ นั้นบริษัทไม่ต้องแบ่งรายได้กับ กทพ.สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทเป็นผลจากการเติบโตที่สม่ำเสมอของปริมาณการจราจรบนเครือข่ายทางด่วนของบริษัท ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อปี ส่วนในปี 2557 ปริมาณจราจรบนทางด่วนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองตลอดจนภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง ปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.104 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2557 เทียบกับ 1.100 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2556 อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นค่าผ่านทางในช่วงปลายปี 2556 ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันเติบโต 5.6% ในปี 2557 เป็น 23.3 ล้านบาทต่อวัน สำหรับ 5 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทรายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.130 ล้านเที่ยวต่อวันหลังจากปัญหาทางการเมืองสงบลงและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันก็เติบโต 6.1% เป็น 23.9 ล้านบาท ภายหลังการถือหุ้น จะทำให้โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯมีการเปลี่ยนแปลง โดยนายวิชัย ทองแตง จะเข้าถือหุ้นจำนวน 738,906,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 23.97% เข้าออก SET50-SET100:// SET50: เข้า BA, BMCL, CBG, ITD, SAWAD, TPIPL และ WHA ออก BAY, BIGC, BJC, KTIS, SCCC, SPALI และ VGI // SET100: เข้า ASP, BA, BEAUTY, CBG, CKP, LHBANK, MONO, RS, S ,SAPPE, U, UNIQ และ WHA ออก BAY, BCH, BIGC, BJC, IFEC, KTIS, MEGA, NOK, PTG, SCCC, SIM, STA และ THRELนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย และบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เปิดเผยว่า ไทยแอร์เอเชีย ไม่ได้รับผลกระทบจากการที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO)ติดสัญญลักษณ์ธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยในเว็บไซต์ของ ICAO、แนวรับ 1.16-1.18 บาทหุ้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกดีดตัวขึ้น โดยหุ้น Amazon.com พุ่งขึ้น 2.2% หุ้นสเทเพิลส์ ดีดขึ้น 1.8% และหุ้นเออร์แบน เอาท์ฟิทเตอร์ส ปรับขึ้น 1.1%, หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และหุ้นคีย์คอร์ป ต่างก็ปรับขึ้นอย่างน้อย 1.1% และหุ้นลินคอล์น เนชันแนล คอร์ป ดีดตัวขึ้น 1.1% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นตามราคาน้ำมันดิบนิวยอร์ก โดยหุ้นอาปาเช คอร์ป หุ้นวาเลโร เอนเนอร์จี และหุ้นเทโรโซ คอร์ป ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1.9%SAMART ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นอีกครั้งหลังพักตัวไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์ สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนได้พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ที่เริ่มชี้ตัด ADX ขึ้น มีแนวต้านแรกบริเวณ 30.00 บาท และมีเป้าหมายระยะกลางที่ 33.00 บาทส่วนด้านเทคนิค สัปดาห์นี้มองกรอบ SET Index ที่ 1,470-1,510 จุด โดยในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนนี้ แนะนำให้ลงทุนในหุ้น Defensive ที่ทนทานต่อความผันผวนต่อตลาดสูง และมี P/BV ต่ำ เช่น PTTEP, PTTGC, PTT, BAY และ BBL และแนะนำหุ้นปันผล เช่น หุ้น BTS ที่มี P/BV ต่ำที่ 2 เท่า และมี Dividend yield สูง ที่ระดับ 7% และหุ้น THCOM และ INTUCH ที่มี Dividend yield สูงเช่นกัน。

ดอลล์ปรับขึ้นหลังยอดขายบ้านใหม่สหรัฐแข็งแกร่ง, นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ยืนยันว่าการพบผู้ป่วยชาวต่างชาติติดเชื้อไวรัสเมอร์สรายแรกในไทยนั้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย เพราะเรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขมีการออกมาตรการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี ทำให้สถานการณ์แตกต่างกันมากจากช่วงที่เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนก ดังนั้นจึงคาดว่าภายในเดือนหน้าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสเมอร์สได้ไม่น่ามีปัญหาขณะที่บล.เออีซี ระบุในบทวิเคราะห์ (23 มิ.ย.)ว่าปี 58 คาดกำไร SPALI เติบโต 17.1% จากปีก่อน จากปัจจุบันมี Backlog ในมือ 3.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดจะรับรู้เป็นรายได้ปีนี้ 2.2 หมื่นล้านบาท และยังมีแผนเปิดตัวอีก 28 โครงการมูลค่า 3.11หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปีนับจากนี้ ขณะที่เทรด PER ต่ำ 6.8x และมี Upside อีกทั้งคาดให้ Div. yield ปีละ 5.7% จึงแนะนำ ซื้อ (Consensus BUY:[email protected])นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ ได้เดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อเข้าร่วมประชุมฉุกเฉินซึ่งจัดโดย EU ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นการประชุมที่จะชี้ชะตาอนาคตของกรีซในยูโรโซน TRUEM15X/11.89 Long เปิดได้ที่ 11.80 บาท รอทำกำไร 12.20 บาท ตัดขาดทุนหากหลุด 11.65 บาทขณะที่หุ้นกลุ่ม packaging มีค่า PE สูงลิบถึง 26 เท่า ถ้าประเมินให้ PDG แค่ 18 เท่า จะได้เป้า ถึง 6.6 บาท นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมจึงเป็นขาขึ้น ด้านกราฟเห็นการดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำ ซึ่งแท่งเทียนเกิดการพลิกตัวของ Star และ RSI โค้งขึ้นเป็น Buy signal แนวโน้มดีดตัวขึ้นต่อทรงค่อนข้างสวย มีแนวต้านแรก 5 บาท แนะนำซื้อ IVL บวก 0.91% เก็งกำไรปีนี้โต 148% เทคนิคขาขึ้นลุ้นทดสอบ high ใหม่ 32 บ. สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันที่ 23 มิ.ย.58,อนึ่ง บริษัท เพลย์เบสิส พีทีอี ลิมิเต็ด (เพลย์เบสิส) ซึ่งทำธุรกิจการให้บริการและพัฒนาระบบการประยุกต์แนวคิดจากเกมไปใช้ประโยชน์ทางอื่นผ่านสื่อดิจิตอล หรือ ดิจิตอลเกมมิฟิเคชั่น (Digital Gamification Platform)ด้านบล.เคเคเทรด เลือก SPALI เป็น Top Daily Pick (มูลค่าเหมาะสม 32.70 บาท) หลังจากมองราคาหุ้น Laggards จากกลุ่มอสังหาฯ, ซื้อขายที่ P/E ratio ต่ำเพียง 6.8 เท่า โดยความคืบหน้าในส่วนของการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 นี้ เดิมมีกรอบวงเงินราว 62,000 ล้านบาท แต่ล่าสุด ทอท.ได้ปรับลดวงเงินลงไป 5-6 พันล้านบาท โดยตัวเลขที่ชัดเจนจะรายงาน ครม.อีกครั้ง ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการกำลังพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ ถ้าผ่านความเห็นชอบก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการประกวดราคาได้ทันที SET50 DW เทรดหนาแน่น ขณะที่ DW บนหุ้นเงียบเหงาตามตลาด,เนื่องจากเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองขับก่อนตัดสินใจประมูลซื้อ และมีการรับประกันสภาพรถยนต์ 100% หากพบว่ามีปัญหารับซื้อคืนภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายที่จะดึงดูดผู้ซื้อรถใช้เงิน จึงเชื่อว่ากิจกรรมดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการรวบรวมรถยนต์สภาพเกรด A และบิ๊กไบท์จำนวนกว่า 100 คันมาเปิดประมูลขายในราคาพิเศษจริง ๆขณะที่ในปีนี้ Bloomberg consensus คาดการณ์การเติบโตกำไรของ IVL ที่ระดับ 148% และปีหน้าที่ 25% โดยหุ้น IVL มี P/E ratio อยู่ที่ 25 เท่า ไม่สูงหากเทียบกับการคาดการณ์กำไร และมี P/BV ที่ระดับ 1.8 เท่า ซึ่งอยู่ระดับต่ำค่อนไปทางปานกลาง ซึ่ง P/BV ถือเป็นอัตราส่วนทางการเงินสำคัญบ่งชี้ความทนทานในทางทฤษฎี ต่อความผันผวนของตลาดได้ดีSET Index: ทดสอบแนวต้านที่ 1495-1500 แนวต้านสำคัญ 1515ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 123.96 เยน จาก 123.39 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9352 ฟรังก์ จาก 0.9213 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7729 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7727 ดอลลาร์,บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SGF ระบุว่า ตามที่บริษัท ไทรทองพร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเดิมถือหุ้นบริษัทฯอยู่จำนวน 443,312,000 หุ้น ได้ขายหุ้นของบริษัทฯทั้งจำนวนให้แก่ นายวิชัย ทองแตง ที่ราคา 0.13 บาทต่อหุ้น และ บริษัท ไทรทองธุรกิจ จำกัด ซึ่งเดิมถือหุ้นบริษัทฯอยู่จำนวน 295,594,000 หุ้น ได้ขายหุ้นของบริษัทฯทั้งจำนวนให้แก่ นายวิชัย ทองแตงในราคา 0.13 บาทต่อหุ้นนั้นEnergy: ฟื้นตัวที่บริเวณแนวรับสำคัญของกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ 19800 แต่ถ้าสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 20000 ขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 20300 และ 21000 Valuation : ปัจจุบันเทรดที่ PER15F 9.99x และ PBV15F ที่ 1.63x เป็นระดับดึงดูดมาก SAMART ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นอีกครั้งหลังพักตัวไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์ สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนได้พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ที่เริ่มชี้ตัด ADX ขึ้น มีแนวต้านแรกบริเวณ 30.00 บาท และมีเป้าหมายระยะกลางที่ 33.00 บาทขณะเดียวกัน นายเจโรม โพเวลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้ว่าการของเฟด กล่าวเมื่อวานนี้ ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอาจมีความพร้อมสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้ ตามมาด้วยการปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนธ.ค.。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’