Features | Society | Southeast Asia

หวย งวด วัน ที่ 16 ตุลาคม 2560: Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014

เครดิต ฟรี auto,ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่ลดลง เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขาย ลดลง 24.03 ล้านบาท จาก 116.90 ล้านบาท เป็น 92.87ล้านบาท หรือลดลง 20.55%อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1.46 หมื่นล้านบาท หรือ 3.24 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.25 หมื่นล้านบาท หรือ 2.77 บาทต่อหุ้น"ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1.23 พันล้านบาท หรือ 0.12 บาทต่อหุ้น ลดลง 28.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.61 พันล้านบาท หรือ 0.15 บาทต่อหุ้น" ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ปิดเทรดวันแรกที่ 4.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.81 บาท หรือ 24.18% จากราคาขาย IPO ที่ 3.35 บาท/หุ้น มูลค่าซื้อขาย 6.75 พันล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 4.00 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 4.98 บาท และราคาลงต่ำสุด 3.98 บาทขณะที่การซื้อขาย SET50 DW ในวันจันทร์ มีวอลุ่มเบาบาง โดยมูลค่าการซื้อขาย SET50 DW ลดลงเหลือเพียง 26.2% ของมูลค่าการซื้อขาย DW ทั้งหมด จากระดับ 44.6% ในวันศุกร์ และส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายในระยะสั้น หรือทำกำไรภายในวันจากการที่ดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิงยังไม่มีทิศทางแน่นอน สำหรับ DW28 ที่ได้รับความสนใจ เช่น S5028C1509C, S5028C1510A และ S5028P1508Aโดยให้การสนับสนุนในการดำเนินการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อดำเนินการแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบให้ครบจำนวนตามคำสั่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อันเป็นการแก้ปัญหามิให้ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถูกเพิกถอนมิให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไปนอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ รวมถึงสต็อกสินค้าและยอดค้าส่งเดือนมิ.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนก.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนก.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 2.12 บาท และตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1.95 บาททั้งนี้เพื่อเป็นการยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับองค์กรและผู้ถือหุ้น NMG ในกรณีคณะกรรมการบริหารละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินการตามคำสั่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ อันทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อ NMG และผู้ถือหุ้น NMG ทุกราย จึงจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องจัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นต่อไปและเดินทางต่อไปยัง บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ผู้บริหาร NMG ดำเนินการแก้ไขปัญหาทางคดี ขอให้มีการเจรจาหาข้อยุติระหว่างผู้ฟ้องคดี เพื่อลดค่าเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด และได้โปรดดำเนินการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยด่วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับรู้ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา,นอกจากนี้ภายหลังบริษัทได้เข้าซื้อกิจการ 4 แห่ง ประกอบด้วย Polyplex , Performance Fibers , Bangkok Polyester และ CEPSA ในปี 58 ทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 1 ล้านตัน ส่งผลให้มีกำลังการผลิตรวมเป็น 8.5 ล้านตัน/ปีในปัจจุบัน ขณะที่การเจรจาซื้อกิจการในโครงการ Lion II ยังอยู่ในกระบวนการเจรจา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มในอเมริกาเหนือ โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจ PTA เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งหากโครงการ Lion II เสร็จสิ้น คาดว่าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 700,000 ตัน TCAP สิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืน รวมได้หุ้นทั้งหมด 3.24%สำหรับแผนการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศนั้น ในส่วนของการร่วมลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดภายในไตรมาส 3/58 โดยจะมีกำลังการผลิตทั้งหมด 130 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 33% และคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 4,000-5,000 ล้านบาท โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากเงินกู้สถาบันทางการเงินในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด เพื่อที่จะไม่ต้องเพิ่มทุน ให้เป็นผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น,ส่วนโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์รักษา พยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันวัสสา อัยยิกาเจ้า 150 ปี ระยะที่ 2 จ.ชลบุรี มูลค่างาน 5,400 ล้านบาท ลักษณะงานก่อสร้างประกอบด้วย อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 26 ชั้น ชั้นใต้ดิน 3 ชั้น พื้นที่ทางาน 160,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง ระบบไฟฟ้า งานระบบสื่อสารและแจ้งเหตุเพลิงไหม้ งานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ งานระบบลิฟท์ งานระบบแก๊สทางการแพทย์ งานระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (BAS) งานสถาปัตยกรรมภายใน และงานห้องผ่าตัดโดยบริษัทจะเข้าไปปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปและเข้าซื้อกิจการทั้ง 2 แห่งได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4 ทันที ขณะที่ปี 59 วางแผนเตรียมซื้อสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์เพิ่มอีก 5 แห่ง หนุนการเติบโตแบบก้าวกระโดดพร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง (Chord Lines) 3 แห่ง มูลค่า 9,926.288 ล้านบาท และสัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ พร้อมอุโมงค์รถไฟ มูลค่า 598.602 ล้านบาท รวมมูลค่า 10,524.89 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์จนถึงวันที่ 10 ส.ค.นี้ PTTGC กำไร Q2/58 พุ่งทะลุ 8.9 พันลบ. รับอานิสงค์ธุรกิจปิโครเครมีแข็งแกร่ง อีกทั้งบริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างความเติบโตด้านรายได้ปีนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทมีงานในมือ(Backlog) ณ ปัจจุบันไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งต้องส่งมอบสินค้าและบริการให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรกมารผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2.2 หมื่นล้านบาท หลังจากช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาบริษัททำยอดขายได้แล้ว 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 58-60 ซึ่งในปีนี้จะมีการโอนราว 4-5 พันล้านบาทจากโครงการคอนโดเนียมทั้งหมดสำหรับแผนการขยายกำลังการผลิตธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนั้น ที่ดำเนินการโดย Nido Petroleum Limited (Nido) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยนั้น บริษัทวางเป้าหมายเพิ่มการผลิตปิโตรเลียมเป็น 20,000 บาร์เรล/วัน ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 3,000-4,000 บาร์เรล/วัน โดยบริษัทมองหาการซื้อแหล่งผลิตใหม่ๆในอาเซียนเพิ่มเติม ขณะที่มีเงินลงทุนเหลือสำหรับการใช้ซื้อกิจการแหล่งผลิตใหม่อยู่ที่ 2 พันล้านบาทสำหรับข่าวที่ปรากฎอยู่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการติดตามตรวจสอบ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทได้ให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งกำกับดูแลบริษัทเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยบริษัทได้ให้ความร่วมมือ และนำส่งข้อมูลตามที่ร้องขอทุกประการ。

นอกจากนี้ยังมีการขยายการดำเนินงานของเส้นใยที่มีมูลค่าเพิ่มทีจ.ระยอง ในไทยด้วย เพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น (Necessities) ที่จะค่อยๆ ย้ายการผลิตไปยังโรงงานแห่งใหม่ภายใต้โครงการ CP4 ในอินโดเซีย และที่โรงงาน Polayprima ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในอินโดนีเซีย โดยปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงMCS ซื้อ ราคาหุ้นมีสัญญาณกลับตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Morning Star สามารถฟื้นกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนได้ พร้อมปริมาณการซื้อขายโดดเด่น เครื่องมือ DI+ ตัด DI- ขึ้น มีโอกาสแกว่งขึ้นได้ต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 10.00 บาท และจุดสูงสุดเดิมที่ 10.40 บาท,MINT/27.25 แท่งเทียนยกตัวขึ้นพร้อมการฟื้นตัวของเครื่องมือ แรงซื้อหนาแน่น แนวโน้มรีบาวด์ เก็งกำไร แนวรับ 26.50 แนวต้าน 28.50 Cut loss 26.00 บ.สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับขึ้น 0.7% ปิดวานนี้ (10 ส.ค.) ที่ 399.82 จุด,ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,558.49 จุด เพิ่มขึ้น 67.66 จุด หรือ +0.59%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,604.78 จุด เพิ่มขึ้น 113.95 จุด หรือ +0.99% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,736.22 จุด เพิ่มขึ้น 17.73 จุด หรือ +0.26%นอกจากนี้ การปรับตัวลงของหุ้นพลังงาน และดัชนีหลักทรัพย์ยังส่งผลให้ Put DW ปรับตัวขึ้นอีกด้วย ตัวอย่าง DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น IRPC28P1509A +8.8% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -1.4% PTTE28P1602A +8.5% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวลง -4.0% และ S5028P1509C +9.1% ขณะที่ดัชนีราคา SET50 Index ปรับตัวลง -0.8% ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50U15 ปิดตลาด -0.2% ทั้งนี้ Call DW บนหุ้นพลังงานปรับตัวลงตามหุ้นอ้างอิงไปด้วย เช่น PTTE28C1512B -14.6% เป็นต้นจากการประเมินพบว่าธนาคารพาณิชย์ไทยมีความเข้มแข็งมาก โดยดูจากอัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 16.8% ซึ่งสูงกว่าระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.5% กว่าเท่าตัว อีกทั้งธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่ามีโอกาสน้อยมากที่ประเทศไทยจะเกิดปัญหาวิกฤตทางการเงินเช่นในอดีต ,แนวโน้มภาคบ่าย: เก็งกำไรหุ้นผลประกอบการเด่นโดยกำหนดระยะเวลาเสนอขาย ระหว่างวันที่ 17 25 สิงหาคม 2558 สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น ITD159B และเปิดขายระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2558 สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีธนาคารกรุงไทย และ บล.เอเอเชียพลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้, Call DW หุ้น SGP ปิดพุ่ง 200% หลังหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้นสวนตลาด,บล.ซีไอเอ็มบี ประเมิน AJD มีสัญญาณซื้อ แนวต้าน 1.35-1.36 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ แนวต้านถัดไป 1.50 SENA เผย ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ จะโอนหุ้น 18.14% ให้ลูกสาว 11 ส.ค.นี้ โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น จากรายได้จากการขายโฆษณาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 โดยมาจากรายได้โฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มขึ้น และสื่อทีวีและวิทยุเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจทีวีดิจิตอล ทองคำทะยาน 4 ดอลล์หลังสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 19.58 ล้านบาท หรือ 0.0076 บาทต่อหุ้น ลดลง 81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 103.74 ล้านบาท หรือ 0.0478 บาทต่อหุ้น โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากมีรายได้รวมลดลง จากการชะลอตัวของตลาดวัสดุก่อสร้าง ปิดตลาดเย็นนี้ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 124.72/74 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 124.76 เยน/ดอลลาร์ ,หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ดีดตัวขึ้น โดยหุ้นแองโกล อเมริกัน พุ่งขึ้น 1% หุ้นอันโตฟากัสตา ปรับขึ้น 0.8% หุ้นเฟรสนิลโล ทะยานขึ้น 1.8% ส่วนหุ้นเกลนคอร์ ปรับขึ้น 1.4% แม้ว่านักวิเคราะห์จากอินเวสต์เทคได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นดังกล่าวแนวต้าน : 17.68 และ 17.80?พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับปี 58 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 58 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 กันยายน 58เงินบาทตลอดทั้งวันนี้ค่อนข้างทรงตัว ตลาดนิ่งๆ รอฟังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในคืนนี้ คือ การจ้างงานนอกภาคเกษตร(Non Farm Payroll) ของเดือน ก.ค.ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ ดูไบ และราคาน้ำมันดีเซล ช่วงครึ่งปีหลังมองว่าจะอยู่ที่ 10.5 เหรีญสหรัฐ/บาร์เรล และทั้งปีเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ ดูไบ และราคาน้ำมันเตา ในช่วงครึ่งปีหลังจะยังติดลบ 6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากครึ่งปีแรกติดลบ 7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันเตาในไตรมาส 4/58 จะมีเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความต้องการของโรงกลั่นในประเทศจีนมีเพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เปิดทำการอีกครั้ง ช่วยให้ความต้องการน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น。

From Thai turmoil to ASEAN integration, it promises to be an interesting year for the region.

Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014
Credit: REUTERS/Athit Perawongmetha

As we move into 2014, it is useful not only to reflect on what happened in 2013, but to project what some of the key developments in 2014 might be. As I did last year, I have attempted to articulate the top 10 trends in Southeast Asia to watch for during the rest of the year.

1. What will the “great power” game in Southeast Asia look like? While Southeast Asian leaders publicly insist that they prefer good relations with all major powers, the competitive dynamics of regional engagement are a reality that few would contest, not least between the United States and China. In 2013, U.S. President Barack Obama’s last-minute decision to cancel his Asia trip in November amid the government shutdown paved the way for skeptics to question America’s commitment to the region and for Beijing to steal the show (though I’ve argued that this narrative is overly simplistic). In 2014, questions about the sustainability of the U.S. pivot to Asia, including the future of the Trans-Pacific Partnership (TPP), will continue to linger, and worries about the future direction of China’s new regional strategy unveiled late last year are likely to remain.

2. Continuity or change in the South China Sea? As I said in last year’s list, it’s difficult to exclude the South China Sea from a list of this sort. Prospects for a rules-based solution to contentious disputes remain dim given China’s recent documented foot-dragging on a code of conduct with ASEAN, as well as its “punishment” of the Philippines for trying to resolve the issue through the United Nations, a process which will move forward with a formal statement submission by Manila in March despite Beijing’s refusal to participate. China’s deployment of its aircraft carrier the Liaoning into the South China Sea recently, along with the setting up of an air defense identification zone (ADIZ) over the East China Sea (which some believe could be replicated in the South China Sea in 2014), suggest there is good reason to expect more sporadic saber-rattling or verbal sparring could be on the cards in 2014.

3. How will Southeast Asian economies fare? 2013 ended on a negative note for Southeast Asian economies as the Asian Development Bank (ADB) slightly lowered its regional growth forecast for 2014 to 5.2 percent due to the devastating typhoon that hit the Philippines and continued political turmoil in Thailand. While the 2014 outlook will hinge partly on trends within the region, developments in major economies will also loom large, such as the pace of the recovery in Europe, reduced monetary stimulus in the United States, and potential growth challenges in India, China and Japan.

4. Whither regional integration? Aside from economic performance, as we move closer to 2015, observers may grow increasingly nervous about whether ASEAN can achieve its goal of regional economic integration by the end of 2015. Beyond the deadline per se, the ADB recently warned of significant constraints to realizing the so-called ASEAN Economic Community (AEC) itself, including the fact that only 55 percent of businesses interviewed in the region were even aware of it along with other obstacles like contrasting government regulations and inadequate infrastructure. Failure to move in the right direction on this in 2014 could dent the hopes of those who see ASEAN as the hub for broader regional integration in East Asia as well as a unified economic force in the longer term.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

5. Can ASEAN progress on human rights? While Southeast Asia is no stranger to human rights abuses, there has been some notable, albeit glacial progress in this field at the regional level with the establishment of the ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights (AICHR) in 2009. This year will bring the first five-year review of the body’s terms of reference, and rights groups have urged ASEAN member states to ensure that the body has a stronger mandate and engages civil society organizations in a more robust manner. It will be a marker for how seriously governments in the region view human rights.

6. Will ASEAN and Australia walk the walk? ASEAN conducts annual meetings with 10 key countries it calls “dialogue partners.” While the anniversaries of these dialogue partnerships are often accompanied by the usual pomp and circumstance, they also sometimes serve as opportunities to move key relationships forward, as they did for ASEAN and Japan in 2013 and ASEAN and India in 2012. Will we see something similar with ASEAN’s oldest dialogue partner Australia in 2014 as the two sides commemorate 40 years of ties?

7. Can Myanmar reform and lead? Turning to individual countries, Myanmar already faces daunting challenges on its path to reform. Next year’s calendar will be packed with key domestic events, including its first major population census in two decades and preparations for elections scheduled for 2015. But 2014 will also require Naypyidaw to juggle domestic reforms with regional leadership as Myanmar assumes the rotating annual chairmanship of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) for the first time since it joined the organization in 1997. While the country has had some time to plan for this, the sheer logistics of hosting hundreds of meetings will not be easy, not to mention handling knotty issues like the South China Sea.

8. What will elections in Indonesia bring? Indonesia, Southeast Asia’s largest economy and the world’s third largest democracy, will hold both parliamentary and presidential elections in April and July 2014 respectively. After a decade under President Susilo Bambang Yudhoyono’s stewardship, the world will be watching closely to see who will emerge as Indonesia’s next leader as it is a key emerging economy which plays an important leadership role in Southeast Asia. Recent polls suggest that the clear frontrunner is Jakarta governor Joko Widodo, aka Jokowi, although he is yet to officially declare his intention to run.

9. Will Thailand resolve its political turmoil? Another round of Thailand’s all-too-familiar partisan politics has been playing out on the streets of Bangkok over the last several weeks, with tens of thousands of demonstrators led by former deputy prime minister Suthep Thaugsuban threatening to unseat Prime Minister Yingluck Shinawatra, the sister of the controversial and now exiled ex-prime minister Thaksin Shinawatra who was deposed in a 2006 military coup. There are already worries that the current turmoil could extend up to February 2014, and that the fresh election to be held then may not even occur or will be postponed. And even close observers of Thai politics fear that another military coup or escalating political violence could result if this continues with no end in sight.

10. What will the endgame in Cambodia be? While such turmoil is commonplace in Thailand, neighboring Cambodia has seen unprecedented protests with tens of thousands of people marching through the streets and demanding that their authoritarian prime minister Hun Sen quit after more than three decades in power. The protests come after Hun Sen’s party claimed victory in July 2013 elections and proceeded to form a government despite concerns by the opposition (and some independent monitoring organizations) that the elections were deeply flawed. The protests have recently expanded to include workers from the country’s garment industry, its biggest export earner. While few expect the tough Hun Sen to give in without a fight after governing for so long with an iron fist, sustained, peaceful protests of this scale will require some sort of resolution should they continue unabated.

While this list is far from comprehensive, it does get at some of the key things to watch for in Southeast Asia during an exciting year. From country-specific developments to region-wide ones, in the fields of security, economics, or even human rights, 2014 will be an interesting one for those watching.

Prashanth Parameswaran is a PhD candidate in international relations at the?Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University?and a non-resident WSD-Handa fellow at CSIS Pacific Forum. You can read his blog?The Asianist?at and follow him on Twitter at?@TheAsianist