China Power

ninja gaming pc: Diplomacy 101

slotsuper เครดิต ฟรี 1️⃣2021,UREKA ปิด 1.10 +0.09 +8.91%。 (+/-) วันนี้ติดตาม ISM ภาคการผลิตของสหรัฐ ตลาดคาดไว้ที่ 50.6 จุด (ลดจากเดือน ส.ค.2558 ที่ 51.1 จุด) และ 2 ต.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ตลาดมองไว้ที่เพิ่มขึ้น 2 แสนตำแหน่ง และอัตราการว่างงานของสหรัฐ ตลาดคาดไว้ที่ 5.1%สำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านคนเป็น 1.3 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 3 ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยปีนี้ รองจากจีนและมาเลเซีย นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีคุณภาพ ใช้จ่ายเงินดี เฉลี่ยวันพำนักในไทย 7.7 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นประมาณ 7000,000 คน โดยยุทธศาสตร์จะเน้นการท่องเที่ยวเชื่อมเมืองใหญ่กับเมืองรอง 12 เมืองต้องห้ามพลาด สู่ท่องเที่ยวชุมชน ที่สำคัญเน้นการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศจากการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงการท่องเที่ยวท้องถิ่นกับเศรษฐกิจของประเทศ โดยนำสินค้าในท้องถิ่นมาสร้างจุดขาย ให้เกิดรายได้ และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างสูงสุดS50Z15/853.00 TMC จ่อเพิ่มทุน 253,750,000 หุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม-รองรับ TMC-W1 2) ปรับอัตราค่าไฟฟ้าที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาของการใช้ (TOU) ให้สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริงโดยการเสนอขายหุ้นไอพีโอในครั้งนี้ มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย คือ บล.เคที ซีมิโก้, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) , บล.โนมูระ พัฒนสิน และบล.เอเซีย พลัสสำหรับการปรับค่าเอฟทีในเดือนก.ย.-ธ.ค.58 ที่ผ่านมา กกพ.ได้มีมติให้ปรับลดลงจาก 49.61 สตางค์/หน่วย ลงเหลือ 46.38 สตางค์/หน่วย หรือลดลงจำนวน -3.23 สตางค์/หน่วย ซึ่งมีการเรียกเก็บในเดือนก.ย.-ต.ค.58 มาแล้วนั้น เมื่อมีการปรับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ กกพ.ได้เห็นชอบให้มีการเรียกเก็บค่าเอฟทีรอบเดือนพ.ย.-ธ.ค.58 จำนวน -3.23 สตางค์/หน่วย สำหรับค่าเอฟทีรอบเดือนม.ค.-เม.ย.59 เป็นต้นไป จะปรับตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปจากค่าไฟฟ้าฐานใหม่เท่านั้นทั้งนี้ตลท. จึงขอให้ KC ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาที่ไปของการจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าว ความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ซื้อกับบริษัทที่ทำสัญญาร่วมทุนกับ KC และพิจารณาว่าการทำรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการเกี่ยวโยงตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ อย่างไร51.50 56.00 , SSI ยอมรับไตรมาส 3 ขาดทุนอ่วมหลังยุบโรงงาน SSIUK ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นภาคบ่ายวันนี้ ขานรับดัชนี PMI จีนแนวต้าน : 1350 และ 1355 อนึ่ง SCIเป็นผู้ดำเนินธุรกิจบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ระบุว่า Minor Continental Portugal S.A. บริษัทย่อยถือหุ้นร้อยละ 100 โดย Minor Continental Holding (Luxembourg) S.a.r.l. ซึ่งถือหุ้นโดย Minor Continental Holding (Mauritius) ร้อยละ100 และเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นร้อยละ 100 โดย MINT ได้เข้าลงทุนซื้อสินทรัพย์ในประเทศโปรตุเกสหุ้นกลุ่มส่งออกดีดตัวขึ้นขานรับเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยมาสด้า มอเตอร์ พุ่งขึ้น 5.6% และหุ้นนิสสัน มอเตอร์ ปรับขึ้น 5.2% ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 3 ลดลงสู่ระดับ +12 จากระดับ +15 ในไตรมาสก่อนหน้าทั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่มีการเดินหน้าโครงการซิงเกิล เกตเวย์ ซึ่งมีผู้ออกมาต่อต้านจำนวนมาก ขอให้ผู้คัดค้านเห็นใจผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆ พร้อมยืนยันว่าโครงการซิงเกิล เกตเวย์ขณะนี้เป็นเพียงการศึกษาและเสนอแนวคิดเท่านั้น ยังไม่มีข้อยุติและพร้อมเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนแนวรับ 1347*-1350 แนวต้าน 1358-1360,โดยการเสนอขายหุ้นไอพีโอในครั้งนี้ มีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย คือ บล.เคที ซีมิโก้, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) , บล.โนมูระ พัฒนสิน และบล.เอเซีย พลัสสำหรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านคนเป็น 1.3 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 3 ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยปีนี้ รองจากจีนและมาเลเซีย นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีคุณภาพ ใช้จ่ายเงินดี เฉลี่ยวันพำนักในไทย 7.7 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นประมาณ 7000,000 คน โดยยุทธศาสตร์จะเน้นการท่องเที่ยวเชื่อมเมืองใหญ่กับเมืองรอง 12 เมืองต้องห้ามพลาด สู่ท่องเที่ยวชุมชน ที่สำคัญเน้นการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศจากการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงการท่องเที่ยวท้องถิ่นกับเศรษฐกิจของประเทศ โดยนำสินค้าในท้องถิ่นมาสร้างจุดขาย ให้เกิดรายได้ และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด วันนี้ (2 ต.ค.)เป็นวันสุดท้ายที่เสนอขายหุ้นTFG โดยที่ผ่านมามียอดจองเข้ามาทั้งนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนในประเทศ รวมถึง หุ้นยังได้รับความสนใจจากซัพพลายเออร์และผู้ค้าอีกจำนวนมาก ทำให้ความต้องการจองซื้อหุ้นหมดเกลี้ยง ทั้งนี้มองว่าภาวะตลาดผันผวนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความต้องการขายหุ้น โดยยังมีนักลงทุนแสดงความสนใจเข้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง นายคมกริช กล่าวแนวต้าน : 8.07 และ 8.10 นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 59 จะเติบโตราว 10% และกำไรสุทธิก็น่าจะดีกว่าปี 58 โดยจะมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจชีวพลังงานและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากวัตถุในการผลิตน้ำตาล 40% และธุรกิจน้ำตาล 60%ML ราคาปิด 1.79 บาทหุ้นบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนสูงอย่างแอปเปิล และเอ็กซอนโมบิล ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 0.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบดีดตัวขึ้น โดยหุ้นมาร์ติน มาเทเรียลส์ และหุ้นวัลแคน มาเทเรียลส์ ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 3.1%ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 58 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 14.42% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 143.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน。

บล.กรุงศรีระบุในบทวิเคราะห์ (1 ต.ค) ว่า ราคาหุ้น SCN ที่ปรับตัวลง คาดว่ามาจากความกังวลว่า OGP จะเข้ามาเป็นคู่แข่งของบริษัทในตลาดการให้บริการก๊าซธรรมชาติในอนาคต อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพื้นฐานของ SCN ยังคงแข็งแกร่ง และธุรกิจ iCNG ยังจะสามารถขายก๊าซที่ผลิตจากโรงผลิตทั้งสองได้เต็มกำลังการผลิตได้ในปี 2018 ได้ ดังนั้น จึงยังคงแนะนำให้ซื้อบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ลงลิตรละ 54 สตางค์ และ E85 ลงลิตรละ 2.14 บาท ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่ปรับลดอัตราเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยจะมีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้(3 ต.ค.) ส่วนเบนซิน โซฮอล์ 95,91 และดีเซล ราคาไม่เปลี่ยนแปลง?สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET แกว่งแคบในแดนบวก SET เคลื่อนไหวคล้ายเช้าวาน โดย Sentiment ที่ดีของตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยหนุน อย่างไรก็ตามปัจจัยในประเทศเอง ไม่ได้มีปัจจัยบวกใหม่ๆ ส่งผลให้ SET ยังไปไหนได้ไม่มากนัก โดยแกว่งแคบๆในแดนบวกตลอดช่วงเช้า ส่วนรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนในช่วงเช้า ออกมาตามตลาดคาด เลยไม่ได้มีนัยต่อการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ SET ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1353.10 จุด, +4.10 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.3 หมื่นลบ. กลุ่มหลักปิดบวกเล็กน้อย โดยพลังงาน ICT และแบงก์ ปิดบวก +0.7%, +0.7%, และ +0.4% ตามลำดับ ด้านตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวก โดยตลาดหุ้นจีน และฮ่องกงเข้าสู่วันหยุดยาวช่วง Golden Weekค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 119.88 เยน จาก 119.92 เยน ปรับตัวลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9707 ฟรังก์ จาก 0.9777 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงแตะ 1.3189 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3257 ดอลลาร์แคนาดา ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียขยับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7032 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7031 ดอลลาร์ โดยปกติแล้ว ทองและดอลลาร์จะเคลื่อนตัวในทิศทางตรงข้ามกัน ซึ่งหมายความว่าหากดอลลาร์ปรับตัวลง สัญญาทองก็จะปรับตัวขึ้น เนื่องจากทอง ซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ จะมีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆ ขณะเดียวกัน ตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอได้ก่อให้เกิดความกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกกำลังฉุดรั้งการขยายตัวของสหรัฐ ซึ่งผลักดันให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำทั้งนี้ ภาคการผลิตของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัวไม่มากนักในช่วงท้ายไตรมาส 3 ขณะที่การผลิตและธุรกิจใหม่ๆต่างขยายตัวเล็กน้อย ด้านหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมาร์กิต กล่าวว่า แม้ธนาคารกลางยุโรปได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างมาก แต่ภาคการผลิตของยูโรโซนก็ยังไม่มีแนวโน้มขยายตัวมากนัก และมีความเสี่ยงที่จะชะงักงันอีกครั้งDIF/12.70,มาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 53.1 ในเดือนก.ย. จากระดับ 53.0 ในเดือนส.ค.ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน หรือต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2556 นอกจากนี้ นักลงทุนต่างจับตาดูข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อช่วงเวลาในการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) , PUT DW ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนตลาด หลังแรงขายในภาคบ่ายกดดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดลบจับตาการจ้างงานสหรัฐ วันนี้ (2 ต.ค.) กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐในเดือน ก.ย.58 โพลล์รอยเตอร์คาดว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะอยู่ที่ 203,000 ตาแหน่ง จากเพิ่มขึ้น 173,000 ตาแหน่ง ในเดือน ส.ค.58 และคาดว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 5.1% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือน ส.ค.58 ฝ่ายวิเคราะห์ บล.แอพเพิล เวลธ์ แนะหุ้น AIRAแนวต้าน 2.46 แนวรับ 2.30 Stop Loss หากต่ำกว่า 2.24 บาทสำหรับการลงทุนโครงการมอเตอร์เวย์นั้น ขณะนี้กรมทางหลวง(ทล.) อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดรูปแบบ PPP ของงานระบบ O M หรือการปฏิบัติการและบำรุงรักษา นอกจากนี้กรมทางหลวงจะศึกษารูปแบบ PPP ในโครงการมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำด้วย คาดว่าจะสรุปความชัดเจนในปี 2559 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่ต้องการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐหุ้นกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมร่วงลง โดยหุ้นดอยช์ เทเลคอม ดิ่งลง 5.2% หุ้น Scout24 Holding ร่วงลง 3.5% และหุ้นอัลไทซ์ เอ็นวี ร่วงลง 9.3% อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น โดยหุ้นทุลโลว์ ออยล์ พุ่งขึ้น 9.6% และหุ้นเรพซอล ปรับขึ้น 3.7% ขณะที่หุ้นกลุมเหมืองแร่ขยับลงเล็กน้อย รวมถึงหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน และหุ้นแรนโกลด์ รีซอส นักลงทุนต่างรอดูการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐคืนนี้ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 173,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่า อัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 5.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 ปี แนะนำซื้อ UREKA โดยมีแนวรับที่ 1.17 และ 1.15 และมีแนวต้านที่ 1.29 และ 1.340 เป็นจุดขายทำกำไร TMC จ่อเพิ่มทุน 253,750,000 หุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม-รองรับ TMC-W1ราคาทะลุขึ้นทำ New High ของรอบ มาพร้อมกับแท่งเทียนขนาดใหญ่ และปริมาณ Vol. ที่หนาแน่น โดยกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ทำให้เป็นการ Breakout ที่มีนัยสำคัญ ราคามีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้มสูง วางเป้าหมายแนวต้าน 3.90/4 บาท,THANI (BUY:[email protected]) แม้ปี 58 คาดกำไรโตเพียง 3.4%YoY จากศก.ชะลอแต่คาดโตปีละ 18.7% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า (59-60) จากสินเชื่อรถบรรทุกที่คาดเติบโตได้ดีตามการรุกตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยและจะถูกกระตุ้นด้วยการเปิด AEC + ปัจจุบันยังมี Upside 26% พร้อมคาดให้ Div.Yield สูงปีละ 7.6% จึงแนะนำ ซื้อ ขณะที่มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงินระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 53.1 ในเดือนก.ย. จากระดับ 53.0 ในเดือนส.ค.ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน โดยภาคการผลิตได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์, อุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดโลก, ภาวะตื่นตระหนกในตลาดการเงิน รวมทั้งการลดการลงทุนในภาคธุรกิจ。

Anger might be understandable. But that still doesn’t mean it makes for good diplomacy.

This morning’s session at the Valdai conference was titled: ‘The role of global and regional actors: separately or together?’ There were three speakers to start off with, all of whom were relatively downbeat about the current state of the Middle East peace process. The first speaker complained that the co-ordination among the Middle East Quartet was inefficient, and she singled out the United States for particular criticism, suggesting that a number of factors, including last month’s mid-term drubbing for the Democrats, had weakened Obama’s position vis-à-vis the peace process.

As a result of what she described as the US failure to deliver on its optimistic forecasts of a deal within 12 months and then 24 months, she called for a more active role by both the European Union and Russia, and indicated she was also at least open to efforts to try to enlarge the number of stakeholders by finding moderate, impartial actors to assist with mediation (a possibility I mentioned yesterday for China and India).

Rightly, in my view, she suggested that it was also important to draw in other issues – not just the often talked about questions of security, but also issues like ensuring adequate water supplies in the region. There’s surely a good case to be made that finding common challenges on which to focus could encourage co-operation and foster that conspicuously missing ingredient – trust.

She also raised the question of Iran (a subject that has generally been shunted to the sidelines of the conference), arguing that despite Iran’s apparent desire to play a greater role in the Islamic world, it’s not clear whether it will actually act in the interests of the Palestinians. Indeed, she suggested that Iran’s position that Mahmoud Abbas doesn’t have legitimacy is more damaging than its supplying arms to Hizbollah and Hamas.

The second speaker launched a scathing attack on the role of the United States, arguing that it simply doesn’t have the capabilities for dealing with the peace process. He went on to criticize the ‘incompetent’ Israel government, arguing that the problem with the peace efforts hasn’t been confined to the extremists. He said the Israeli government had consistently followed the illogical position of defending the settlements and concluded the peace process was, in his view, dead.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It was an outspoken speech, and in a way epitomized one of the problems the Palestinian ‘side’ seems to have in such meetings. It was an angry performance, and not the only one today. A couple of regular attendees of such conferences I’ve spoken with said it’s actually typical of these kind of meetings on the issue – day one is relatively restrained, but the tensions bubbling under the surface tend to boil over on the second day.

I’m not saying, of course, that the Palestinians don’t have good reason to be angry – they certainly do. But a couple of the speeches were delivered as if they were launching a tirade at the United Nations General Assemby. The problem is that if the delivery doesn’t fit the venue, you risk losing a little sympathy from the start. Yes, there have been wrongs committed toward the Palestinians (and toward Israeli civilians as well). But simply angrily recounting a list of grievances with the most sweeping of rhetoric might feel therapeutic, but it doesn’t really advance the discussion in any constructive way. Both sides can take the moral high ground and lecture anyone who will listen about the wrongs they’ve suffered. But they can also take the morally higher ground and try to move forward.

Yes, this is all easier said than done. And of course, neutral observers and mediators should be able to set aside body language and tone and respond based only on the merits of an argument. We should all be able to look at the bigger picture, at the issues. But we’re all also human and have human responses. A suggestion for some speakers to bear in mind, and something that should really be Diplomacy 101, is that you need to at least appear like you’re willing to concede something. A speaker who gives no ground and admits no wrong, no matter how justified in doing so, simply sounds unreasonable.

If you want to keep an audience onside, you’ve got to throw them a bone, admit the other side at least has a point, indicate you understand the pressure they’re under and why they might be acting as they do. This gets harder to do the longer a process drags on – and by god this one is protracted and poisonous. And as I said, tactical rhetorical considerations like this shouldn’t matter. But again, we’re all human and so they do.